สร้างทักษะ ให้หลากหลายเพื่ออาชีพที่ดีกว่า

พัฒนาตนเอง

สร้างทักษะ ของคุณให้หลากหลายเพื่ออาชีพที่ดีกว่า

ทักษะ ทุกรูปแบบที่คุณมีอยู่ สามารถใช้ “เส้นวัดมูลค่าทักษะ” แบ่งออกได้เป็น ระดับเหนือเส้นซึ่งหมายถึงทักษะที่ทำให้คุณได้รับเงินจากคนอื่น และระดับต่ำกว่าเส้นหมายถึง คุณต้องจ่ายเงินให้คนอื่นสำหรับการใช้ทักษะของพวกเขาทำงานให้คุณ แล้วเรื่องอาชีพเกี่ยวข้องอย่างไรกับความคิดนี้น่ะหรือ อาชีพเป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดจากการฝึกฝนขัดเกลาทักษะบางอย่างด้วยความตั้งใจ เพื่อให้อยู่เหนือเส้นวัดมูลค่าทักษะ การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ จะทำให้คุณพบโอกาสที่จะอยู่เหนือเส้นวัดมูลค่าทักษะมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น การซ่อมท่อน้ำ ช่างประปาที่มีประสบการณ์จะสามารถจัดการกับปัญหาพื้นฐานเกี่ยวกับระบบท่อภายในบ้านได้อย่างง่ายดาย ท่อน้ำรั่วทำให้น้ำไหลท่วมชั้นใต้ดินอยู่ใช่ไหม? ช่างประปาจะสามารถรู้ได้ทันทีว่าปัญหาอยู่ตรงไหนและซ่อมแซมมันได้

ในทางกลับกัน คนที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องงานซ่อมแซมจะเห็นว่าท่อน้ำรั่วเป็นเรื่องใหญ่และทำได้แค่การโทรเรียกช่างประปามาซ่อม เมื่อพิจารณาถึงเรื่องการซ่อมแซมท่อน้ำแล้ว คนคนนี้จึงจัดว่าอยู่ต่ำกว่าเส้นวัดมูลค่าทักษะ ในขณะที่ช่างที่มาซ่อมถูกจัดให้อยู่เหนือเส้นวัดมูลค่าทักษะ ช่างประปาจึงได้เงินจากการซ่อมท่อน้ำ ในขณะที่คนที่ไม่มีทักษะงานช่างต้องจ่ายเงินค่าซ่อมสำหรับทักษะการซ่อมแซมของช่างประปา

คนที่หาเงินได้จากสถานการณ์ต่างๆ จึงอยู่เหนือเส้นวัดมูลค่าทักษะ และคนที่จ่ายเงินจะอยู่ต่ำกว่าเส้นวัดมูลค่าทักษะ

อาชีพและเส้นวัดมูลค่าทักษะ

อาชีพเกี่ยวข้องกับแนวคิดนี้อย่างไรล่ะ? อาชีพ เป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดจากการฝึกฝนขัดเกลาทักษะบางอย่างอย่างตั้งใจเพื่อให้ อยู่เหนือเส้นวัดมูลค่าทักษะในระดับสูงมากเพียงพอที่คนอื่นจะจ่ายเงินให้คุณ สำหรับค่าทักษะนั้น ในหลายเส้นทางอาชีพ คุณไม่จำเป็นต้องอยู่เหนือเส้นวัดมูลค่าทักษะในระดับสูงมากเพื่อให้ได้รับ ค่าตอบแทนที่ดี และมีเพียงแค่คนที่อยู่เหนือเส้นวัดมูลค่าทักษะในระดับที่ทิ้งห่าง ออกไปมากๆ เท่านั้นที่สามารถได้รับเงินจำนวนมาก

ความจริงที่ว่าคุณอยู่เหนือเส้นวัดมูลค่าทักษะหลายเส้นในเวลาเดียวกันจะทำให้คุณเป็นคนที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อคนที่จ้างคุณ

หากคุณมีทักษะที่เชี่ยวชาญอยู่เพียงเล็กน้อย แม้ไม่ใช่ทักษะระดับโลก แต่ทักษะไม่กี่อย่างเหล่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะเป็นพื้นฐานสำหรับอาชีพใดสักอาชีพหนึ่ง ยิ่งคุณมีทักษะในอาชีพนั้นแหลมคมมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งโดดเด่นมากขึ้นเท่านั้น

ปัจจุบันนี้ การขัดเกลาทักษะสำคัญให้เฉียบคมมากขึ้นในสายงานที่คุณเลือกถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ ยิ่งคุณได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองมากเท่าไหร่หรือทำโครงการสำเร็จไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น

ทักษะอันหลากหลาย

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีที่สุดของทุกสายงานในโลกใบนี้ ดังนั้นคุณจึงไม่จำเป็นต้องอยู่เหนือเส้นวัดมูลค่าทักษะในระดับสูงมากนักเพื่อให้ได้เงินมากพอในสาขาอาชีพนั้น นี่จึงเป็นการนำไปสู่กลยุทธ์ในการหาเลี้ยงชีพที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะใส่ไข่ทั้งหมดที่คุณมีลงไปในตะกร้าอาชีพเพียงใบเดียว จงเรียนรู้ทักษะหลายๆ อย่างที่จะช่วยให้คุณสามารถหาเงินได้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

คุณจะไม่ถูกผูกติดอยู่กับงานเดิมๆ อีกต่อไปเพราะคุณมีชุดทักษะที่กว้างขึ้นที่จะช่วยให้คุณหางานในสายงานที่มากขึ้นได้ คุณจะมีโอกาสในการเริ่มต้นงานพาร์ทไทม์หรืองานฟรีแลนซ์เพื่อหารายได้เพิ่มเติม คุณอาจต้องเตรียมที่จะย้ายไปยังสายงานที่แตกต่างจากที่เคยทำมาอย่างสิ้นเชิงถ้านั่นเป็นช่องทางที่คุณไปได้

ยิ่งทักษะของคุณอยู่เหนือเส้นวัดมูลค่าทักษะมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อตัวคุณมากเท่านั้น

5 กลยุทธ์ในการสร้างทักษะและค้นหาระดับทักษะของคุณโดยใช้เส้นวัดมูลค่าทักษะ

คุณจะนำความรู้นี้ไปใช้ได้อย่างไร คุณจะสร้างทักษะที่อยู่เหนือ “เส้นวัดมูลค่าทักษะ” นี้ขณะยังทำงานอยู่ในสายงานปัจจุบันของคุณและกำลังมีความสุขกับชีวิตอยู่ได้อย่างไร

กลยุทธ์ที่ 1: ให้ใช้เวลาในทุกวันไปกับการเรียนรู้อะไรบางอย่าง

คุณควรใช้เวลาในการเรียนรู้เรื่องสำคัญที่จะช่วยนำไปสู่ทักษะที่คุณอยากมีอย่างแท้จริง แน่นอนว่าคุณจำเป็นต้องระบุทักษะที่คุณพยายามจะสร้างเสริมขึ้นมาอย่างน้อยหนึ่งอย่าง (คุณอาจพยายามสร้างทักษะหลายอย่างในเวลาเดียวกันก็ได้)

คุณอาจเรียนรู้ทักษะนั้นโดยอ่านหนังสือ ดูวิดีโอผ่านยูทูป ดูเว็บไซต์หรือแม้แต่ใช้แอพพลิเคชั่นอย่าง Duolingo สิ่งสำคัญก็คือ คุณต้องรู้สึกว่าคุณได้รับความรู้ที่แท้จริงซึ่งเมื่อวานคุณยังไม่มี

กลยุทธ์ที่ 2: หาเวลานำสิ่งที่คุณได้เรียนรู้มาประยุกต์ใช้ในทุกๆ วัน

มันยังไม่เพียงพอหรอกสำหรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยเริ่มจากศูนย์ คุณจำเป็นต้องประยุกต์ใช้สิ่งที่คุณได้เรียนมาในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างต่อเนื่องด้วย ความสามารถในการประยุกต์ใช้สิ่งที่ได้เรียนรู้มาเข้ากับเรื่องต่างๆ จะเป็นประโยชน์ต่อคุณเองในการสร้างทักษะที่อยู่ “เหนือเส้นวัดมูลค่าทักษะ” อย่างแท้จริง

กลยุทธ์ที่ 3: มุ่งความสนใจไปยังสิ่งที่เป็นเป้าหมายในแผนการของคุณ 

การนำสิ่งที่คุณได้เรียนรู้มาปรับใช้กำลังจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว แต่อาจจะยังเป็นเรื่องยากในการนำทักษะที่เพิ่งเรียนรู้มาอย่างคร่าวๆ มาใช้กับบริบทหรือสถานการณ์ที่ใหญ่กว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม คุณควรเริ่มนำสิ่งต่างๆ ที่คุณได้เรียนรู้มาประยุกต์ใช้ในบางส่วนของแผนการที่ใหญ่กว่าเดิมได้ทันทีที่คุณพร้อม

ตัวอย่างเช่น ในการเรียนภาษาแทนที่จะฝึกท่องจำศัพท์สองสามคำที่สุ่มออกมา ลองแปลอะไรบางอย่างจากภาษานั้นเป็นภาษาแม่ของคุณดู หรือทำในทางกลับกันก็ได้

สองเหตุผลสำหรับการมุ่งเน้นความสนใจไปยังเป้าหมายหลักในแผนการของคุณคือ ประการแรก การมีเป้าหมายอะไรบางอย่างให้มุ่งไปหาเป็นการสร้างกลยุทธ์ “การนำมาประยุกต์ใช้” (กลยุทธ์ที่ 2 ที่ได้กล่าวถึงไปแล้วด้านบน) ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ประการที่สอง ถ้าคุณกำลังทำโครงงานอะไรบางอย่างอยู่ ในที่สุดแล้วคุณก็จะสามารถผลิตสิ่งที่น่าดึดดูดใจและน่าสนใจจริงๆ ออกมาได้ คุณจะค่อยๆ ก้าวเข้าไปสู่เป้าหมายในแผนการของคุณทุกๆ ครั้งที่คุณทำงาน

กลยุทธ์ที่ 4: ทำให้เสร็จ สมบูรณ์ สำเร็จ

ไม่สำคัญว่าคุณจะเลือกเสริมสร้างทักษะอะไรและไม่สำคัญว่าคุณตัดสินใจทำโครงการอะไรอยู่ ขอแค่อย่าทำเสร็จแค่บางส่วนและล้มเลิกโครงการนั้นไปกลางคัน

ทำไมน่ะหรือ มีสองเหตุผลที่คนทิ้งโครงการนั้นไปกลางคัน หนึ่งคือ เมื่อทำแล้วโครงการนั้นยากกว่าที่คิดไว้ อีกเหตุผลหนึ่งคือ พวกเขารู้สึกว่าคงจะดีกว่าหากได้ใช้ทักษะและเวลาของตนไปกับงานอื่น ในกรณีนี้ การยึดติดอยู่กับโครงการนี้และทำต่อไปจะเป็นการฝึกให้คุณมีความพยายามมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคลิกภาพที่แข็งแกร่งที่สุดที่คนๆ หนึ่งจะมีได้

กลยุทธ์ที่ 5: ขายและแบ่งปันสิ่งที่คุณสร้าง

นี่อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนักสำหรับ ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรก (หรือชิ้นที่สอง) ที่คุณผลิตขึ้นด้วยทักษะที่เพิ่งแตกหน่อผลิบาน แต่ถึงกระนั้นคุณก็ควรเริ่มแบ่งปันและขายสิ่งที่คุณผลิตขึ้นเองให้เร็วที่ สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

อย่ากลัวที่จะลองแบ่งปันทักษะที่คุณมีถึงแม้ว่าคุณจะยังไม่เชี่ยวชาญจนถึงที่สุดก็ตาม เพราะคนที่กลัวเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนอื่น จะไม่เคยรู้สึกว่าตัวเขาเองเชี่ยวชาญในทักษะนั้นจริงๆ สักที ดังนั้นคุณจึงควรเริ่มเสนอทักษะและสิ่งที่เกิดจากทักษะของคุณให้เร็วไว้ดีกว่าถ่วงเวลาให้ช้าออกไป แล้วคุณจะดีใจที่ทำเช่นนั้น

มองอย่างเป็นกลาง: จงทำด้วยตัวคุณเอง

ถ้าคุณคิดว่าเรื่องที่เรานำเสนอมานี้ฟังดูเข้าท่าดี แต่เป็นการก้าวกระโดดทางอาชีพที่ไม่มั่นคงนักซึ่งก็ต้องยอมรับว่านี่ไม่ใช่การก้าวกระโดดทางอาชีพที่มั่นคงจริงๆ

แต่ถึงกระนั้น ประโยชน์ที่คุณได้จากเรื่องนี้ก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องจ้างคนที่มีทักษะเฉพาะด้านเพื่อให้มาจัดการเรื่องธรรมดา สามัญในชีวิตของคุณอีกต่อไป หรืออย่างน้อยที่สุดก็ไม่บ่อยเหมือนที่เคยเป็นมา

ถ้าคุณกำลังเสริมสร้างทักษะงานช่าง คุณจะสามารถแก้ไขสิ่งของภายในบ้านที่เสียขึ้นมาอย่างฉุกเฉินได้ คุณจะสามารถทำอะไรหลายๆ อย่าง เช่น เปลี่ยนท่อน้ำหรือซ่อมแซมอ่างที่รั่วได้

ไม่เพียงแค่นั้น ด้วยทักษะที่มีอยู่หลากหลาย บ่อยครั้งคุณอาจได้พบกับโอกาสที่จะใช้ทักษะเหล่านั้นหาเงินได้ ใครบางคนอาจจ่ายเงิน 40 ดอลลาร์ให้คุณเป็นค่าซ่อมชักโครกหรือค่าตรวจความผิดปกติในรถยนต์ คุณอาจเขียนหนังสือในเวลาว่างของคุณและสร้างรายได้ 20 ดอลลาร์ต่อเดือนด้วยหนังสือฉบับสมบูรณ์ที่วางขายอยู่ในแอพพลิเคชั่นร้านค้าหนังสือออนไลน์อย่าง Kindle นี่อาจไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณไปอย่างสิ้นเชิง แต่จริงๆ แล้วสิ่งเหล่านี้ก็สามารถสร้างความแตกต่างในชีวิตคุณให้เพิ่มขึ้นได้

ข้อคิดสุดท้าย

หากจะมีข้อความใดสักประโยคหนึ่งให้คุณนำกลับไปคิดต่อได้จากสิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ ขอให้คุณจำไว้ว่า คุณสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินและโอกาสในการหาเงินได้จำนวนมากในชีวิตของคุณโดยการสร้างเสริมทักษะที่หลากหลายในเวลาว่างของคุณ

การมีทักษะหลายอย่างจะช่วยเปิดโลกทัศน์ของคุณให้กว้างขึ้นในแง่สิ่งที่คุณสามารถทำเพื่อหาเลี้ยงชีพของคุณได้ อีกทั้งยังสามารถช่วยคุณประหยัดเงินในชีวิตประจำวันของคุณได้ และเป็นการเปิดประตูเข้าไปสู่การทำธุรกิจเสริมจากงานประจำ ซึ่งในบางครั้งธุรกิจเหล่านี้อาจเติบโตมากกว่าที่คุณคาดไว้ซะอีก

เมื่อไรก็ตามที่คุณรู้สึกเบื่อหรือมีเวลาว่าง ลองอุทิศเวลาเหล่านั้นให้กับการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ หรือฝึกฝนทักษะที่มีอยู่แล้วให้เฉียบคมมากขึ้น อ่านหรือดูวิดีโอเกี่ยวกับทักษะนั้น จากนั้นลองหาเวลาทดสอบทักษะนั้นโดยใช้ท้กษะนั้นแก้ไขปัญหาจริงๆ ดู นี่ไม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างเสริมทักษะให้คุณ แต่ยังเป็นการสร้างเสริมสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตัวคุณเองด้วย และยิ่งคุณมีทักษะที่หลากหลายมากขึ้นเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งได้รับผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้นเท่านั้น

ในไม่ช้าคุณอาจพบว่าตัวเองกำลังใช้เวลาทำโครงการอะไรบางอย่าง ซึ่งมักจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขได้เสมอ และคุณก็จะสามารถหาอาหารมาวางไว้บนโต๊ะได้ตลอดด้วย (คุณไม่มีวันอดตายจากทักษะที่มีอยู่ของคุณแน่นอน)ซึ่งแหล่งที่มาของอาหารทั้งหมดนี้ก็คือ การมีชุดทักษะที่แข็งแกร่งอยู่เหนือเส้นวัดมูลค่าทักษะนั่นเอง

ขอให้คุณโชคดีกับการเพิ่มระดับทักษะใน “เส้นวัดมูลค่าทักษะ” ให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้

Reference: http://lifehacker.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*

Lost Password